2007/Jan/28

อากาศหน้าหนาวเริ่มมาเยือน
ใบราชพฤกษ์และใบไม้อื่นๆภายในสวนเริ่มร่วงหล่น
ภิกษุชราหยิบไม้กวาดเดินด้วยอาการอันสงบ เป็นกิจวัตรประจำวันของท่าน
ที่จะต้องกวาดใบไม้และลานวัด นัยว่าเพื่อเป็นการฝึกจิตให้มีสมาธิประการหนึ่ง
เก้าอี้หินอ่อนถูกโปรยด้วยใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นลงมาจากต้นประดู่เบื้องบน
ภิกชุชราค่อยๆยกไม้กวาดปัดลงมา เสียงไม้กวาดดังเบาๆในยามเช้า ท่านกวาดไปเรื่อยๆไม่รีบร้อน
จนกระทั่งมาถึงม้าหินตัวหนึ่ง ท่านเงยหน้ามองพบว่ามีคนนั่งอยู่เงียบๆ
เป็นสตรีสาวรุ่น หน้าตาดูหมดจดงดงาม แต่ใบหน้าของเธอกลับไม่ได้ยิ้มแย้ม
ยังคงมีคราบน้ำตาจางๆ เธอยังคงนั่งนิ่งเงียบ ท่านเอ่ยทักว่า
โยม ไม่สบายรึ
เสียงทักทายด้วยความห่วงใยเหมือนดึงสาวน้อยออกมาจากโลกแห่งจินตนาการ น้ำตาที่หดหายไหลหลั่งจากดวงตาอันงดงาม สาวน้อยสะอื้นไห้ พนมมือกล่าวว่า
หลวงพ่อขา หนูอยากตาย ฮือๆๆๆๆ
ภิกษุชราเก็บไม้กวาด พิจารณาสาวน้อยผู้อ่อนต่อโลกด้วยความเมตตา กล่าวว่า
ใจเย็นๆสิลูก คนเรากว่าจะเกิดจะเติบโตมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ไหน ลองเล่าให้หลวงพ่อฟังสิ มีอะไรที่แก้ไม่ตกถึงคิดอยากจะตาย
แฟน แฟนหนู เค้า เค้านอกใจหนูค่ะ ฮือๆๆๆ
ภิกษุชรายิ้ม กล่าวว่า
หนูก็เลยมานั่งเสียใจตรงนี้งั้นหรือ
สาวน้อยพยักหน้ารับ ภิกษุชรากล่าวว่า
หนูเอ้ย ความจริงคนที่น่าจะเสียใจไม่ใช่หนู น่าจะเป้นแฟนของหนูมากกว่านะ
สาวน้อยหยุดร้องไห้ มองภิกษุชราด้วยความงุนงง ถามว่า
ทำไมล่ะคะ
ก็แฟนของหนูเขาขาดคนที่รัก คนที่ห่วงใยเขาไปคนหนึ่ง ทำไมไม่น่าเสียใจล่ะ
ภิกษุชราตอบ แล้วเดินจากไป ทิ้งให้สาวน้อยนั่งพิจารณาอยู่เบื้องหลัง.
..........................................................................................

edit @ 2007/01/28 18:15:57